[S.Fic] Unlikely love [KazumaxYato]

posted on 27 Feb 2014 16:02 by yokpatai
 

*เป็นแนวเนื้อหาชายรักชายนะคะ รู้ตัวว่ารับไม่ได้ก็กรุณากดเครื่องหมายกากบาทสีแดงๆที่ด้านบนออกไป*

-------------------------------------------------------------------------

 

Title: Unlikely love

Paring: Kazuma x Yato

Original Story: Noragami by Adachitoka

Rating: PG

--------------------------------------------------------------------------------------------------

 

                "ช่วย... ฆ่าทุกคนทีได้ไหม"

                ยาโตะทอดสายตามองร่างที่นั่งก้มกราบอยู่ที่แทบเท้าเขาอย่างประเมิน นัยน์ตาสีฟ้าใสหรี่ลงซ่อนความแปลกใจที่ไหววูบขึ้นมาในวินาทีแรกที่ได้ยินคำพูดนั้นจากปากคนตรงหน้า เขาไม่รู้ว่าสำหรับอีกฝ่ายแล้วตัวเขาเป็นยังไง แต่สำหรับเขา อาวุธของบิชามอน... คาซึมะ คนนี้ไม่น่าใช่ผู้ชายคนที่คิดจะฆ่าใครโดยเฉพาะพวกพ้องของตนเองเลย

                คาซึมะช้อนสายตาขึ้นมามองเขาเล็กน้อย นัยน์ตาสีเขียวอ่อนสั่นเล็กน้อยยามที่สบตากับเขาก่อนจะหลุบต่ำลงไปกับพื้นตามเดิม ยาโตะคิดว่าตัวเองน่าจะแค่นเสียงหัวเราะหรือพูดอะไรที่น่าจะเสียดแทงใจผู้ที่มาขอร้องเขาซึ่งตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไหล่ทั้งสองข้างนั่นสั่นระริกเหมือนคนที่ไม่มีทางเลือก

                ดันมาพูดจาน่ากลัวแบบนั้น... ด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ ทุเรศชะมัด

                "นี่ๆ ยาโตะ ได้ยินที่เขาพูดไหม" เด็กสาวที่ยืนขนาบข้างตัวเขาพูดยิ้มๆ "มาขอให้ฆ่าพวกพ้องของตัวเองแบบนี้... ดูยังไงก็พวกทรยศชัดๆ"

                ยาโตะสังเกตเห็นมือของร่างที่ก้มกราบกับพื้นกำแน่นขึ้น แต่ไม่มีเสียงหลุดลอดใดๆออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเขายังไงกับท่าทางแบบนั้น สิ่งเดียวที่หลุดออกจากริมฝีปากเขาคือน้ำเสียงเย็นๆกับคำพูดห้วนๆ

                "มีเงินเหรอ?"

                ผู้มาขอร้องหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพูดตอบตะกุกตะกัก"ไม่... ผมไม่มีอะไรทั้งนั้น" แล้วนิ่งไป ยังไม่ทันที่คนผมม่วงเข้มจนเกือบดำจะเอ่ยตอบอะไร เด็กหญิงข้างตัวเขาก็พูดต่อออกมาอีก

                "นาย... มีชื่อไม่ใช่เหรอ?"

                คาซึมะนิ่งไปอีกครั้ง แม้แต่ตอนที่เด็กสาวคนเดิมถามขึ้นมาว่าจะเป็นโนระไหม ชายหนุ่มก็ยังคงนิ่ง ยาโตะลอบมองปฏิกิริยานั้นของผู้มาขอร้องอย่างตั้งใจโดยที่เขาไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีเขียวของอีกฝ่ายสะท้อนความรู้สึกของเจ้าของให้เขาเห็นทุกสิ่ง แค่ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นที่นัยน์ตาสีเขียวนั่นบอกว่าสิ่งที่เด็กสาวเรียกร้องจากเขา มันมีค่ากับเจ้าตัวมากแค่ไหน ชื่อของเขา ชื่อที่เจ้านายเพียงคนเดียวของเขามอบให้ สิ่งที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเขา

                สำคัญสินะ... ชื่อนั่น ชื่อที่คนสำคัญของนายให้

                ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าทำไมที่เขารู้สึกว่าอกข้างซ้ายมันเจ็บ เวลาที่เผลออะไรแบบนี้เข้า ทั้งๆที่มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยแท้ๆ

                เขากำลังจะอ้าปาก พูดอะไรซักอย่าง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรอีกฝ่ายก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเหมือนคนที่ตัดสินใจแล้ว

                "ก็ได้ครับ"

                คราวนี้กลับเป็นฝ่ายคนถูกขอร้องที่ต้องนิ่งไปเสียเอง

                "ถ้าเพื่อช่วยคนๆนั้นละก็.... ก็ได้ครับ ได้โปรดเถอะ"

                ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีม่วงดำยังคงนิ่ง แต่สิ่งที่คาซึมะไม่เห็นและไม่รู้เพราะเอาแต่ก้มหน้าขอร้องอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นคือนัยน์ตาสีฟ้าใสที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดและตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัดของเจ้าของ ยาโตะเม้มริมฝีปากแน่น นึกเจ็บใจตัวเองที่ดันมารู้สึกอะไรอย่างนี้เข้า แถมตอนนี้... เพราะความเจ็บปวดที่แล่นเข้ากลางใจเมื่อกี้ทำให้เขาเข้าใจซะแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

                สำหรับนายแล้ว... ชื่อที่ได้มาจากคนคนนั้นคงสำคัญ... เห็นแววตาเมื่อกี้ของนายก็รู้แล้ว แต่ว่าสิ่งที่นายพูด... สิ่งที่นายแสดงออกมาทั้งหมด เห็นได้ชัดเลยว่า เหนือสิ่งอื่นใด เหนือจากชื่อแสนสำคัญที่ได้มาจากคนแสนสำคัญ เหนือจากความสุขของตัวเองสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนายคือคนคนนั้น

                แล้วคนที่เพิ่งมารู้ตัวว่า'ชอบ'อีกฝ่ายไปอย่างเขาจะไปสู้อะไรได้ละ เพียงแค่ความรู้สึกเบาๆในอกข้างซ้ายนี่ มันจะไปมีประโยชน์อะไรกันละ

                "เข้าใจแล้ว" ยาโตะหลุดคำพูดนั้นออกจากปากเขา และสิ่งเขาเห็นถัดมาคือสีหน้าที่ดูโล่งใจเป็นอย่างมากของคนที่มาขอร้องเขา เขาดีใจกับสีหน้านั้นแน่นอนละ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกเจ็บด้วย"บอกมาสิ อยากให้ฉันทำอะไรละ?"

                หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ ยาโตะเอ๊ย...

                "ขอบคุณ... ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลแดงพูด พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น และสิ่งที่ยาโตะทำได้ ก็มีเพียงหลบหน้าไม่สบตากับนัยน์ตาสีเขียวที่เหมือนจะกลับมามีประกายความหวังอีกครั้งนั่นเท่านั้น

 

                นั่นก็... ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ?

                "แฮ่ก... แฮ่ก..." ยาโตะหอบหายใจระรัวหลังจากที่ผ่านหนึ่งในเหตุการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในชีวิตมาได้อีกครั้ง

                ใครจะไปคิดกันละว่าเขาจะเจอวีน่าโดยบังเอิญแบบนี้ ที่ผ่านมาก็พยายามเลี่ยงมาตลอดหรอกนะ แต่ถึงเวลาจริงๆต่อให้อยากเลี่ยงแค่ไหนบางครั้งมันก็ยากที่จะเลี่ยงอยู่ดี

                ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่คางอย่างเหนื่อยอ่อน ความอ่อนล้าของร่างกายทำให้เขาต้องทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาข้างที่เจ็บน้อยกว่า มือข้างหนึ่งยังคงกระชับดาบแน่น รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่ยังติดอยู่ในปาก ยังไม่นับเลือดที่ไหลลงมาอาบที่ตาขวาของเขาอีกนะ ให้ตายเถอะ

                นัยน์ตาสีฟ้าเลื่อนขึ้นไปมองหญิงสาวผมทองที่เพิ่งประมือกับเขาจนถึงเมื่อครู่ ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะยอมถอยให้เขาแล้ว และอีกไม่นานก็คงปล่อยเขาไว้แบบนี้ ซึ่ง... ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการน่ะนะ ตั้งแต่ที่เขายอมทำตามคำขอร้องของหนึ่งในอาวุธของผู้หญิงคนนี้แล้ว ดูเหมือนแม่เจ้าประคุณจะอาฆาตแค้นเขาแสนสาหัสเสียเหลือเกิน เรื่องมันผ่านมาเป็นชาติแล้ว ทำไมไม่ลืมๆไปซักทีนะ มัวแต่มาคิดจองล้างจองผลาญกันอยู่ได้ ไม่คิดจะไปทำมาหากินอย่างอื่นรึไง!

                "คราวหน้า ฉันไม่เอานายไว้แน่ ยาโตะ" หญิงสาวพูดอย่างมาดมั่น นัยน์ตาคู่เรียวหมายความตามที่พูดจริงๆ หากคนที่ได้ยิน ได้เห็นท่าทางและคำพูดแบบนั้นมาจากหญิงสาวตรงหน้าหลายต่อหลายรอบคร้านที่จะฟังหรือเก็บมาใส่ใจ เรื่องที่เขาตัดสินใจทำลงไปแล้วนั้น ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางกลับไปแก้ไขได้ ต่อให้ผู้หญิงตรงหน้าโกรธแค้นเขาขนาดไหน หรือต่อให้เขาย้อนอดีตกลับไปได้ เขาก็คงปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้อยู่ดี

                และเมื่อชายหนุ่มไม่สนใจหญิงสาวตรงหน้า ความสนใจของเขาจึงอยู่ที่ต่างหูอันเล็กๆที่ประดับอยู่บนหูของเจ้าหล่อน ไม่รู้ว่าเผลอจ้องแต่ตรงนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวไหม รู้แต่ว่า... เหมือนรู้สึกว่าเขาอยู่ตรงนั้น แต่ช่างห่างไกลเหลือเกิน

                ชายหนุ่มไหวตัวน้อยๆเมื่อเห็นร่างของคาซึมะปรากฏสู่สายตา ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงไม่ได้หันมามองเขา แต่หันไปพูดอะไรซักอย่างกับเจ้านายของตน ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ของเขาเองที่ต้องเบือนหน้าหนีออกมา ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปแบบเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                และเพราะยาโตะหันไปนี่เอง ทำให้เขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่เขาเผลอสอดส่องสายตาไปหาบ่อยๆนั้นกำลังลอบมองมาทางเขาอย่างไม่วางตาเช่นกัน คาซึมะยังคงรู้สึกขอบคุณผู้มีพระคุณของเขาเหมือนเดิม แม้บางครั้งเหมือนมีความรู้สึกอื่นเข้ามาปน เขาก็ไม่เคยคิดจะเก็บเอามันมาใส่ใจ เพียงแค่คิดว่าเขารู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายมากจริงๆก็เท่านั้น

                ชายหนุ่มไม่รู้ตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเป็นห่วงเพียงใด ยิ่งผ่านการต่อสู้ที่อีกฝ่ายต้องสู้กับวีน่าด้วยแล้ว... ถ้าพูดกันตามตรง สาเหตุที่ทำให้ทั้งสองต้องสู้กันมันอาจจะเป็นเพราะเขาก็ได้ ยิ่งคิดแบบนั้นนัยน์ตาสีเขียวก็อ่อนลงก่อนเจ้าตัวจะชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเหลือบไปเห็นรอยบางอย่างที่หลังต้นคอของอีกฝ่าย

                จริงๆก็สังเกตเห็นมาซักพักแล้ว... แต่ไม่คิดว่าจะใช่

                "หึ" เจ้านายของเขาแค่นเสียง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "กว่าจะถึงตอนนั้น อย่าตายไปก่อนแล้วกัน"

                คนถูกทักยกมือขึ้นจับหลังต้นคอของตัวเองทันทีอย่างเผลอตัว และท่าทางนั่นก็เป็นคำยืนยันว่าชายหนุ่มกำลังประสบปัญหาอย่างที่เขาคาดไว้อยู่จริง

                ยาโตะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับสบถออกมาเบาๆ ในขณะที่นัยน์ตาสีเขียวยังจ้องอยู่ที่รอยนั่นไม่วางตา รู้สึกหวั่นๆขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก พอคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยตรงนั้นแล้วคาซึมะก็นึกโทษอาวุธหน้าใหม่ของอีกฝ่ายทันที แต่ที่น่าโมโหกว่าคือเจ้าตัวคนใช้อาวุธมากกว่า นึกยังไงถึงยังปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นแบบนี้อยู่อีก?

                อยากจะตายจริงๆหรือไง...

                "ไปเถอะ คาซึมะ" เสียงเรียกจากเจ้านายของเขาทำให้ชายหนุ่มไหวตัวเล็กน้อย นัยน์ตาสีเขียวลอบมองชายหนุ่มผมสีม่วงดำอีกครั้งด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็ก้มตัวโค้งต่ำลงให้กับผู้มีพระคุณของเขาโดยที่อีกฝ่ายคงไม่แม้แต่จะรู้ตัว

                ไม่รู้ตัวก็ไม่เป็นไร.... แต่ช่วยสนใจตัวเองมากกว่านี้หน่อยจะได้ไหม

 

                และเพราะคิดกระวนกระวายอย่างนี้เอง วันถัดมาเขาถึงต้องหาทางทำอะไรซักอย่างเพื่อ'เตือน'ให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียหน่อยว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาอะไร ถึงเขาคิดว่ายาโตะจะรู้ปัญหาของตัวเองอยู่แล้วก็เถอะ แต่ในเมื่อรู้แล้วก็ยังไม่ยอมปลดเด็กคนนั้นออกจากการเป็นอาวุธของตัวเองซักที            

                คาซึมะเหลือบมองเด็กผู้หญิงข้างตัว ชื่อของหล่อนคืออิคิ ฮิโยริ เด็กผู้หญิงที่อยู่กับยาโตะคราวที่แล้ว... เขาไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนมีความสัมพันธ์ยังไงกับยาโตะ แต่เท่าที่ดูแล้วคงจะไม่ใช่ศัตรูหรอก และถ้าเขาคิดจะขอร้องใครซักคนให้ช่วยเขาละก็ นอกจากเด็กผู้หญิงคนนี้แล้ว เขาก็ไม่เห็นใครคนอื่นเหมือนกัน

                "ถ้าอย่างนั้น... ผมฝากเรื่องยาโตะด้วยนะครับ"

                "เอ่อ..." ฮิโยริอึกอักเล็กน้อย บอกตามตรงว่าหล่อนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไรเหมือนกัน แต่ดูจากท่าทางที่จริงจังของคนคนนี้แล้ว คงเป็นปัญหาใหญ่อยู่เหมือนกัน

                นัยน์ตาสีเขียวหลุบลง นึกแปลกใจว่าทำไมตัวเองต้องมาขอร้องคนอื่นให้ช่วยดูแลคนคนนั้นอย่างนี้ แต่ก็อย่างว่าละนะ สถานะเขาตอนนี้ สถานะของอีกฝ่ายตอนนี้ ต่อให้นึกเป็นห่วงมากกว่านี้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้กว่านี้อยู่ดี

                "ถ้าปล่อยไว้แบบนี้... ยาโตะอาจจะตายก็ได้"

                ชายนุ่มพูดทิ้งท้ายกับเด็กสาวไว้เพียงเท่านั้น และเหมือนกับพูดทิ้งท้ายกับตัวเองด้วย

                ใช่... อาจจะตายก็ได้ แล้วนี่เขามัวทำอะไรอยู่เนี่ย?

 

                คาซึมะปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ตัดสินใจกับตัวเองว่าจะไม่เอาเรื่องของชายหนุ่มผมสีม่วงดำที่ไม่สนใจแม้แต่เรื่องของตัวเองเก็บเอามาคิดให้เสียเวลา เสียอารมณ์ แถมยังเปลืองพื้นที่ในสมองอีก เขาทำงานให้กับเจ้านายของตัวเองและได้แต่หวังอยู่ในใจลึกๆว่ายาโตะคงจะรู้ตัวและถอดอาวุธที่รังแต่จะสร้างบาดแผลให้ตัวเองออกในระหว่างนี้

                เขาคิดว่าเรื่องมันคงจะง่ายและผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งแบบนี้แหละ และคาดการณ์ว่าพบกันคราวหน้าคงหนีไม่พ้นตอนที่บิชามอนเจอตัวยาโตะแล้วคิดจะฟาดฟันใส่กันเหมือนที่ผ่านมา แต่ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดงคิดผิด

                ตั้งแต่ตอนที่เห็นอิคิ ฮิโยริมายืนตะโกนเรียกชื่อเขาอยู่แถวๆศาลเจ้าบิชามอนแล้ว นึกสังหรณ์กรุ่นขึ้นมาอยู่เหมือนกัน จนได้เข้าไปคุยกับเจ้าหล่อนตรงๆนั่นละ ถึงได้รู้ว่าเรื่องที่กลัวมันกลายเป็นเรื่องจริง

                คาซึมะตามเด็กสาวที่มาขอร้องให้เขาช่วยไปอย่างเร่งร้อน ในใจเริ่มกังวลถึงชายหนุ่มผมสีม่วงดำคนนั้นขึ้นมาอย่างจริงจัง ยิ่งนึกถึงสภาพที่เจอกันตอนล่าสุดแล้วคิดตามไปว่าตั้งแต่ตอนนั้นยังไม่แก้ไขปัญหาอะไร ซ้ำยังดูเหมือนจะแย่ลงๆจากเรื่องที่ฮิโยริเล่าให้เขาฟังแล้วยิ่งไปกันใหญ่

                ทำไมกันนะยาโตะ? ทำไมคุณถึงยังเก็บเด็กคนนั้นไว้? ตัวเองจะเป็นยังไงก็ไม่แคร์จริงๆงั้นเหรอ?

                "ขออนุญาตครับ" คาซึมะพูดขึ้นอย่างรีบร้อนทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณบ้านของโคฟุกุ คนทั้งสามที่เมื่อครู่กำลังคุยกันหน้าดำคร่ำเครียดเพราะหาคนที่จะมาช่วยรักษาโรคาให้ยาโตะไม่ได้หันมามองที่มาใหม่กันขวับอย่างแปลกใจ ชายหนุ่มผมน้ำตาลยกมือขึ้นปาดเหงื่อนิดหน่อยก่อนจะถามต่อทั้งที่ยังหอบหายใจระรัว "เกิดอะไรขึ้นกับยาโตะเหรอครับ?"

                "คาซึมะ!" ไดโคคุเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมาก่อนด้วยความแปลกใจจริงๆ ก็น่าแปลกใจอยู่หรอก เขาเป็นอาวุธของบิชามอนที่ถือยาโตะเป็นศัตรูกับตัวเอง โผล่มาในสถานการณ์แบบนี้มันก็คงน่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยหรอก

                แต่นี่มันไม่ใช่เวลาจะมาห่วงเรื่องนั้น ชายหนุ่มอธิบายสั้นๆแค่ว่าเขาติดหนี้กับผู้ชายคนนั้นให้คนสงสัยฟัง ก่อนจะตรงดิ่งไปดูอาการของยาโตะอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง ไม่แน่ใจหรอกว่าทำไมตัวเองถึงได้เป็นห่วงเขามากมาย รู้แต่ว่าไม่สบายใจเลย ไม่อยากให้เขาเป็นอะไร...

                "แบบนี้... ไม่ไหวแน่ๆ" คนผมน้ำตาลแดงพูดพร้อมกับกัดฟันกรอดเมื่อเห็นสภาพของยาโตะเต็มๆตา รอยสีดำที่ลามแทบจะเลยครึ่งตัวแบบนี้... ให้ตายเถอะ คนคนนี้จะดื้อด้านไปไหนนะ "ยาโตะ! ปลดชื่อยูกิเนะออก! ปล่อยไว้แบบนี้คุณไม่รอดแน่ๆ"

                คนถูกเรียกฝืนลืมตาขึ้นมานิดหนึ่งก่อนจะปิดกลับลงไปใหม่อย่างรวดเร็วพร้อมกับส่ายหน้าระรัวอย่างดื้อดึง คาซึมะกัดฟันกกรอด นึกอยากจับตัวคนหัวดื้อขึ้นมาเขย่าๆแล้วถามว่ายังมีสติอยู่ไหม ทำไมถึงได้ทำอะไรไม่ห่วงตัวเองแบบนี้ แต่ต่อให้ไม่ต้องถาม แค่ดูจากสภาพตอนนี้ก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มคงไม่ค่อยมีสติอยู่กับตัวเท่าไรหรอก

                ทำไม... ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงถึงจะช่วยคนคนนี้ได้

                ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองมือเย็นขึ้น ทั้งที่ในใจร้อนรุ่มไปหมด มีอีกแค่วิธีเดียวที่จะช่วยยาโตะได้ เขารู้ดี รู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากช่วยทั้งยาโตะและยูกิเนะตามที่ชายหนุ่มผมม่วงดำคนนี้ต้องการแต่แรก

                สำคัญ... เด็กคนนี้คงสำคัญสำหรับเขา เข้าใจ แต่ว่าทำไม...

                คาซึมะปัดความคิดไร้สาระออกจากหัวและทุ่มสมาธิทั้งหมดอยู่กับการทำพิธีที่เขาและคนอีกสองคนช่วยกันทำเพื่อช่วยเหลือยาโตะ ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปอย่างยากลำบากและดูเหมือนจะติดขัดไปเสียหมด แต่สิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจตอนนั้นมีแต่ ยังไงก็ต้องช่วยคนคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำยังไง...

                เขาลอบมองร่างที่นอนดิ้นปัดๆอยู่บนพื้นด้วยความทรมานเล็กน้อยด้วยความร้อนใจ เขาอยากให้มันจบแล้ว อยากให้คนคนนั้นหยุดทรมานซักที ในที่สุดความต้องการของเขาก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อยูกิเนะเริ่มพลั่งพรูคำพูดที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวรู้สึกสำนึกผิดกับเรื่องร้ายๆทั้งหมดที่ทำไป แม้จะปนมากับเสียงสะอื้นฮักๆก็ตาม

                คาซึมะถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดี และกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมอีกครั้งในที่สุด เขามองยาโตะกับยูกิเนะที่ตอนนี้นั่งสภาพเหมือนจะตายแหล่มิตายแหล่อยู่บนพื้นด้วยความโล่งใจ เด็กหนุ่มผมทองยังคงสะอื้นอยู่เป็นระยะๆ ยาโตะถอนหายใจยาวเฮือกก่อนจะเลื่อนมือไปลูบเส้นผมสีทองอย่างปลอบโยน

                นัยน์ตาสีเขียวหลุบลงเล็กน้อยก่อนจะลอบถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ทั้งโล่งใจ ทั้งเหนื่อยอ่อน เริ่มยอมรับกับตัวเองทีละน้อยว่าความรู้สึกของเขาที่มีให้กับยาโตะคง... คงมีอะไรมากกว่าแค่เพราะเขาเป็นผู้มีพระคุณเพียงอย่างเดียว

                บ้าจริงๆเลยนะ มารู้สึกตัวอะไรเอาตอนนี้...

 

 

                "ขอโทษนะ คาซึมะ ต้องรบกวนนายไปด้วย" นัยน์ตาสีเขียวตวัดกลับไปมองคนพูด ยาโตะเดินออกมาจากกลุ่ม ใบหน้าของชายหนุ่มระบายยิ้มอ่อนๆแต่ก็แฝงแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มผมน้ำตาลแดงคลี่ยิ้มสุภาพตอบ ก่อนจะพูดเรียบๆ

                "ไม่หรอกครับ เทียบกับสิ่งที่คุณเคยทำให้ผม เรื่องแค่นี้เล็กน้อย"

                "นาย... จะกลับแล้วเหรอ" ยาโตะยกมือขึ้นเกาหัวอย่างทำตัวไม่ถูก เอ่ยปากถามไปแล้วถึงได้รู้สึกว่าตัวเองถามอะไรโง่ๆออกไป คนถูกถามยิ้มบางๆ แต่นัยน์ตาทั้งสองข้างไม่ได้ยิ้มไปด้วย คาซึมะขยับเสื้อนอกของตัวเองนิดหนึ่งก่อนจะพูดตอบ

                "ครับ อยู่รบกวนที่นี่นานเกินไปแล้ว คงต้องกลับซักที"

                "อืม... นั่นสินะ เดี๋ยวยัยนั่นจะรู้เอา นายคงลำบาก" คนผมม่วงดำพูดต่อโดยไม่เงยหน้าขึ้นไปสบตากับอีกฝ่าย ไม่อยากจะบอกหรอกว่า ตอนที่เขาได้ยินเสียง... ตอนที่เขารู้ตัวว่าคาซึมะมาเพื่อช่วยเขามันทำให้เขารู้สึกหัวใจพองโตมากแค่ไหน ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันอาจจะทำให้ชายหนุ่มมีปัญหากับเจ้านายตัวเองทีหลัง

                นัยน์ตาสีเขียวจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างค้นคว้า ยาโตะที่เผลอสบตาเข้ากับอีกฝ่ายรีบเบือนหน้าหนีอย่างตกใจ และเพราะอีกฝ่ายนิ่ง ไม่พูดอะไรซักคำ เอาแต่จ้องเขาอยู่แบบนั้น สุดท้ายยาโตะก็ต้องเป็นฝ่ายตะกุกตะกักพูดบางอย่างออกมา

                "อะ... อะไรเล่า ก็นายน่ะ... แคร์แม่นั่นที่สุดไม่ใช่รึไง ทั้งๆอย่างนั้นก็ยังอุตส่าห์แอบมาถึงนี่อีกนะ ถ้าโดนจับได้ขึ้นมาคงแย่แน่ ฉันไม่รู้ด้วยหรอกนะ"

                คาซึมะเลิกคิ้วกับคำพูดนั้นของอีกฝ่าย สาวเท้าเข้าไปหายาโตะก่อนจะขยับนิ้วชี้ข้างขวาของตัวเองขึ้นเชยคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับตน ยาโตะสะดุ้งด้วยความตกใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร คนผมน้ำตาลดงก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

                "จริงอยู่... ที่ผมแคร์เขามากที่สุด" แล้วหยุดไปหน่อยหนึ่งเมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีฟ้าใสนั่นไหววูบ "แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะปล่อยให้คุณตายง่ายๆหรอกนะครับ"

                ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นแล้วหยุด ยาโตะเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แค่ไม่กี่วินาทีที่ได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีเขียวคู่นั้น ไม่รู้ความหมาย อ่านอะไรไม่ออกเหมือนเดิม เหมือนเสียงพูดคุยที่ดังแว่วๆมาจนถึงเมื่อครู่ค่อยๆไกลออกไป เสียงหัวใจในอกข้างซ้ายเต้นแรงขึ้น อีกฝ่ายวางมือลงบนไหล่ของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้อีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากคู่นั้นทาบจูบแสนแผ่วเบาลงมาบนริมฝีปากเขาซะแล้ว

                คาซึมะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง เหยียดยิ้มบางๆให้เขาก่อนจะพูดขอตัวอีกรอบแล้วหันหลังเดินจากไป

                ยาโตะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปตาปริบๆ พอสมองเริ่มประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลือดสีฝาดก็สูบฉีดขึ้นมาอยู่บนหน้าเขาอย่างรวดเร็ว

                "เฮ้ย!!!??"

                เป็นแค่คำเดียวที่เขาพูดออกไปได้ในตอนนั้น

 

-----------------------------------------------------------------

ไม่ได้เขียนฟิคซะนาน... คิดถึงจังเลยย

สวัสดีค่ะใครที่หลงเข้ามาอ่าน ไอริณเองค่าXD

 หลายคนคงคิดว่าหายตัวไปชาติเศษกลับมาก็เขียนคู่อะไรไม่รู้ 55555+/เศร้า

ช่วงนี้กำลังเสพติดเรื่องนี้ค่ะ ถ้ามีใครเป็นแฟนเรื่องนี้อยู่แถวนี้ก็แสดงตัวหน่อยนะ:) สำหรับใครที่ขอพาสฟิคมาแล้วเราไม่ได้ตอบ ขอโทษด้วยจริงๆ เป็นความผิดของเราเอง;_; ติดต่อกันมาทางเฟสน้าาา ทางนั้นรับรองตอบทุกคน

ว่าจะสร้างเพจในเฟสละ มีอะไรไปอัพลงตรงนั้นคงสะดวกดี  

แล้วพบกันคราวหน้านะคะ (หวังว่าคงเป็นเร็วๆนี้ 555+)

Comment

Comment:

Tweet

อุ๊ย ซีรี่ย์  //ฟินแป๊ป~~
อยากให้ไรทเตอร์แต่งฟิคเรื่องนี้อีกจังเลยค่ะ  สนุกมากเลยค่ะ //นอนดิ้นแลกอดหมอนมาคารอน

#3 By ♠Zen×Chan♠ on 2014-05-16 16:34

อ๊ายยยยย>////<เราก็ตามเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งอนิเมะ ทั้งหนังสือเลย ชอบลายเส้นกับการลงสีภาพมากๆ

#2 By TheKeeperDream on 2014-03-09 23:45

อร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


กรี้ดดดดดดดดดดด จิ้นคู่นี้เหมือนกันนนนนน อร้ายยยยยยย

ยาโตะเคะเซะซี่น่ารัก

#^$&^^#$@

ไม่เป็นภาษาละ

สนุกมาก เขินมากตอนจบ เอร้ยยย

#1 By MoOk_KuNg_Zaa on 2014-02-27 20:06