[Fic Tokyo Ghoul]De Ja Vu#4

posted on 03 Aug 2015 21:36 by yokpatai
 
*เป็นแนวเนื้อหาชายรักชายนะคะ :)*

--------------------------------------------------------------------------

 
Fan Fiction: Tokyo Ghoul
 
Title : De Ja Vu

Pairing : Arima Kishou x Sasaki Hise 

Author : Airi

Rating : ??

P.S. : เป็นโปรเจคต์ที่กำลังทำกับเพื่อน(31ink)ค่ะ โดยที่31inkจะวาดเป็นโดจิน ส่วนเราจะเขียนเป็นฟิค โดยเนื้อเรื่องจะเริ่มจากส่วนโดจินก่อนนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มอ่านแล้วแอบรู้สึกว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก็ต้องติดตามอ่านตอนรวมเล่มนะคะ ^^ ขอกำลังใจจากทุกคนให้โปรเจคต์นี้สำเร็จลุล่วงด้วยค่า 

--------------------------------------------------------------------

 


  
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาหลายวันแล้ว


  ไฮเสะพยายามทำตัวให้ยุ่งตลอดเวลาเพื่อให้ลืมความฝันในคืนนั้น บางครั้งเขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองจำอะไรในตอนนั้นไม่ได้แล้ว แต่บางครั้งมันกลับเด่นชัดขึ้นมาอย่างประหลาด โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่ไร้เสียงรอบตัว


  บางครายังคงได้ยินเสียงกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหู เขาจำได้ว่าเสียงนั้นคุ้นเคยขนาดไหน จำได้ว่าตัวเองรู้สึกสับสนเพียงใดเมื่อได้เผชิญหน้ากับใครอีกคนในความฝัน ใครอีกคนที่มีเส้นผมสีขาวสนิท ใครอีกคนที่เขาพยายามวิ่งไล่ตามผ่านบันไดวนอันสูงชันที่ดูราวกับไม่มีที่สิ้นสุด


  ใครอีกคนซึ่งก็คือตัวเขาเอง…


  ‘ไฮเสะ...’


  ชายหนุ่มข่มตาลงพร้อมกับขดตัวอยู่บนเตียง ราวกับว่าถ้าเขาทำแบบนั้นฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเขาอยู่จะหาตัวเขาไม่เจอ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยเผยอขึ้นมาอีกรอบอย่างเหม่อลอย รู้สึกหนาวมากกว่าที่ควรจะเป็นทั้งที่ผ้าห่มที่คลุมตัวเขาอยู่ก็หนาพอสมควร


  บางทีเขาคงจะเริ่มประสาทเสียถ้ายังรู้สึกเหมือนมีใครมากระซิบที่ข้างหูอยู่ทุกคืนแบบนี้ ถ้าเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาให้ใครฟังละก็คงโดนบอกให้ไปพบจิตแพทย์แหง


  เสียงที่คอยกระซิบข้างหูนั่นหายไปแล้ว หายไปเฉยๆราวกับอีกฝ่ายไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านั้น ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมองเพดานสีขาวสะอาดของห้องตัวเอง


  ขาว… เหมือนกับตอนอยู่ในห้องนั้นไม่ผิด เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีโซ่มาคอยตรึงให้เขาอยู่บนเตียงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกบางอย่างในใจก็ตรึงเขาไว้อยู่กับที่อยู่ดี


  ในยามค่ำคืนที่เขาตื่นขึ้นมากลางดึกและรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างสุดหัวใจอย่างไม่มีสาเหตุ คำพูดที่’ตัวเขาอีกคน’พูดไว้ยังคงสะท้อนอยู่ในหัว


  เขามีความสุขดีกับชีวิตแบบนี้จริงๆเหรอ อยู่โดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง ลืมเลือนอดีตทุกอย่าง ที่แย่ไปกว่านั้น… เขากลัวที่จะหาคำตอบ กลัวว่าถ้าเขารู้… ถ้าเขาจำได้ทุกอย่างแล้ว ‘ซาซากิ ไฮเสะ’ คนนี้คงโดนลบให้หายไป

  และคนที่จะทำแบบนั้นอาจไม่ใช้ใครคนอื่น… ก็อาริมะ คิโชวนั่นไง


  ชายหนุ่มพยายามข่มตาเพื่อให้ตัวเองหลับอีกรอบ คราวนี้พยายามนึกถึงเรื่องอื่น แต่พอหลุดจากความคิดนี้ทีไร ความฝันในคืนนั้นที่ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีไปกว่ากันก็เข้ามาปกคลุมพื้นที่ในสมองแทน


  กลิ่นเลือดที่คาวอยู่ในปาก น้ำเสียงและสัมผัสอันอ่อนโยนจากเด็กหนุ่มคนนั้น คนที่เขารู้สึกคุ้นเคยและใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกันกลับช่างแสนไกล


  เขาจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ใบหน้านั่น ที่หลงเลหืออยู่ในความทรงจำคือรอยยิ้มชวนพิศวงของอีกฝ่ายกับความรู้สึกผิดที่กดทับอยู่ในหัวใจเท่านั้น


 วันนั้น… วันที่เขาได้อยู่กับผู้ชายผมทองคนนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมสิ่งที่เหลืออยู่ในความทรงจำเขาถึงได้มีแต่กลิ่นคาวเลือดนั้น


  หรือว่า.... ไม่ใช่ว่า....


  "อุบ..." ไฮเสะผุดลุดออกจากเตียงแล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่เผลอรู้สึกไปว่ากลิ่นคาวเลือดนั้นมันช่างหอมหวานเขาก็รู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเองจนทำอะไรไม่ถูก คนผมสองสีล้างหน้าลวกๆ มองตาบวมๆจากการนอนดึกของตัวเองผ่านบานกระจกด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก


  นี่เขากิน'คน'มาเยอะแค่ไหนแล้วนะ เขากิน'ใคร'ไปบ้างนะ ครอบครัวของคนคนนั้นจะรู้ไหมนะ
  ไฮเสะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อลบความคิดพวกนั้นออกจากหัว ถ้ามีแรงจะมานั่งคร่ำครวญถึงตัวตนของตัวเองแล้วแก็ สู้เก็บแรงนั้นไว้ไปทำงานดีกว่า




  วันนี้เขาได้รับคำสั่งจากชั้นพิเศษอาริมะให้ไปพบที่ห้องหลังเลิกงาน คำสั่งนี้ถูกส่งผ่านทางอากิระ ไม่ได้ผ่านทางข้อความในมือถือเหมือนทุกครั้ง ไฮเสะจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงอยากคุยกับเขาเรื่องงานจริงๆ ชายหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิด ทบทวนว่าตัวเองทำงานอะไรพลาดไปรึเปล่า


  จะว่ายังไงดีละ... ไอ้เรื่องงานพลาดน่ะ มีมากมายจุกจิกไปหมด แต่พลาดใหญ่หลวงขนาดที่น่าจะโดนชั้นพิเศษเรียกไป.... ก็ไม่น่าจะมี


 ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ตัวเองทำพลาดมาในช่วงอาทิตย์นี้ยิ่งทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้ว หยุดฝีเท้าลงหน้าห้องพร้อมกับเคาะประตูสองสามทีก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากคนข้างใน
  อาริมะละหน้าจากกองเอกสารนิดหนึ่งก่อนจะก้มลงไปอ่านต่อ พูดเสียงเรียบๆ


  "ล็อคประตูห้องให้ด้วย"


  “เอ๊ะ?” คนถูกสั่งทำหน้างงๆแต่ก็ยอมล็อคประตูห้องอย่างว่าง่าย คิดในใจว่าวันนี้คงโดนเทศน์ยาวเป็นพิเศษแหง ถึงได้สั่งให้ล็อคประตูแบบนี้


  ยังไม่ทันสิ้นความคิดคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะก็ขยับตัวออกห่างจากโต๊ะโดยที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้แบบสำนักงานที่มีล้อทั่วไปพร้อมกับยกมือขึ้นตบหน้าตักของตัวเองสองสามที ดวงตาคู่คมมองไฮเสะที่ตีหน้างงใส่ผ่านเลนส์แว่นด้วยความรู้สึกขบขัน


  “อะ… เอ๊ะ? อะไรเหรอครับ คุณอาริมะ?” ใบหน้าขาวแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจว่าเขาตีความอะไรผิดไปรึเปล่า


  “มาเร็วๆสิ จะให้ฉันรออีกนานไหม”


  “อะ… เอ่อ” พอเห็นนัยน์ตาหลังกรอบแว่นเริ่มคมกริบขึ้นเรื่อยๆ ผลสุดท้ายไฮเสะก็ต้องยอมเดินไปนั่งตุ้บอยู่บนตักของอีกฝ่ายแต่โดยดี


  คนผมสองสีรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนขึ้นเรื่อยๆเมื่อมือหนาเลื่อนมือขึ้นเล่นผมเขา ลมหายใจอุ่นๆที่รดต้นคอทำเอาไฮเสะเขินหนักเข้าไปใหญ่ แต่เจ้าตัวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอึกๆอักๆ ขยับตัวไปตามทิศทางที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาทำอย่างเกร็งๆ


  “คุณอาริมะ… ไม่ได้จะคุยกับผมเรื่องงานเหรอครับ” ในที่สุดไฮเสะก็ทำลายบรรยากาศความเงียบด้วยการเอ่ยถามอีกฝ่ายเพื่อกลบอาการเขินอายของตัวเองเมื่ออาริมะเริ่มไล้ปลายจมูกลงบนต้นคอของเขา

  “หืม?” คนถูกถามเลิกคิ้วหน่อยๆ “ทำไมถึงคิดแบบนั้นละ?”


  “กะ… ก็…” ชายหนุ่มเผลอหลุดเสียงครางออกมาเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบ “เห็นคุณอาริมะฝากให้คุณอากิระมาบอกผมให้มาที่ห้องนี้นี่นา”


  “อืม” คนผมขาวรับคำในลำคอพร้อมกับไล้ริมฝีปากลงบนไหล่ของอีกฝ่าย


  “ทะ… ทำไมไม่ส่งข้อความให้ผมผ่านโทรศัพท์เหมือนทุกครั้งละครับ?”


  “ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย” คนถูกถามตอบง่ายๆ “แค่อันไหนมันสะดวกกว่าในช่วงเวลานั้น ฉันก็เลือกทำอันนั้น เท่านั้นเอง คิดมากจัง”


  “เอ่อ….” คนคนนี้นี่น้า… ทำอะไรตามอำเภอใจเหมือนเดิมเลย “ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ แค่แปลกใจเท่านั้นเอง นึกว่าคุณอาริมะเรียกมาเพราะเรื่องงาน…”


  “ก็เลยเตรียมใจมาผิดเรื่องเท่านั้นเอง กำลังจะพูดแบบนี้เหรอ ไฮเสะ” อาริมะยิ้มหวานพร้อมกับถามเสียงนุ่มที่ข้างหูอย่างจงใจแกล้ง ยิ่งเห็นหน้าอีกฝ่ายแดงมาถึงหูแบบนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ใจ ชายหนุ่มเลื่อนมือจากลำคอของอีกฝ่ายเลื่อนต่ำลงไปที่แผ่นอกแล้วไล้ต่ำลงไปอีกจนสัมผัสหว่างขาของคนบนตัก


  ไฮเสะสะดุ้งเฮือกพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างคนทำอะไรไม่ถูกยิ่งทำให้อาริมะรู้สึกตลกกับคนในอ้อมแขนมากขึ้น มือหนาหยอกเย้ากับตรงนั้นของอีกฝ่ายอยู่ซักพักในที่สุดไฮเสะก็พูดขึ้นมาเสียงอ่อย พร้อมกับจับแขนของเขาอย่างอ้อนวอน


  “คุณอาริมะ… ที่นี่… ไม่ได้นะครับ”


  น่ารัก…


  ร่างสูงลอบคิดในใจก่อนจะตวัดปลายลิ้นลงบนหูของไฮเสะอย่างแผ่วเบาแล้วละมือออกตามที่อีกฝ่ายร้องขอ ไฮเสะแทบจะถอนหายใจเมื่อหลุดพ้นจากเงื้อมือของอีกฝ่ายมาได้แบบฉิวเฉียด


  “วันพรุ่งนี้นายมีแพลนทำอะไรรึเปล่า มีนัดกับใครไว้หรือยัง”


  “อื๊อ? พรุ่งนี้เหรอครับ ไม่มีอะไรมากนะครับ ว่าจะเอางานกลับไปทำนิดหน่อย ที่เหลือก็คงนอนอ่านหนังสือเล่น” ไฮเสะตอบไปตามความเป็นจริง และอีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างพอใจ


  “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นายมานานบ้านฉันแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ไปเที่ยวข้างนอกกัน นายไม่มีอะไรที่สำนักงานแล้วใช่ไหมวันนี้ ถ้าอย่างงั้นก็ไปหยิบของแล้วกลับพร้อมฉันเลยแล้วกัน”


  “ฮะ…?” คนถูกสั่งเป็นชุดถามกลับไปได้เพียงเท่านั้น แล้วอีกฝ่ายก็กลับไปเตรียมจัดข้าวของเตรียมกลับบ้านโดยที่ไม่สนใจคนที่ยืนเอ๋ออยู่ในห้องอีกคนเลย


  สงสัยไอ้ที่ว่ารอดมาเมื่อกี้ ยังไงก็คงไม่รอดเย็นนี้สินะ...
 
 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ก่อนอื่นเลย... ขอโทษที่หายไปนานนะค้าาาาา T^T หายไปนานแถมยังกลับมาแบบตอนสั้นกว่าเดิมอีก
แบบว่า... ช่วงสอบ แล้วตอนนี้ก็เรียนซัมเมอร์ แต่จะพยายามมาอัพให้ถี่ขึ้นค่ะ

Comment

Comment:

Tweet