[Fic Tokyo Ghoul]De Ja Vu#8Fin

posted on 29 Aug 2015 11:16 by yokpatai
 
*เป็นแนวเนื้อหาชายรักชายนะคะ :)*

--------------------------------------------------------------------------

 
Fan Fiction: Tokyo Ghoul
 
Title : De Ja Vu

Pairing : Arima Kishou x Sasaki Hise 

Author : Airi

Rating : ??

P.S. : เป็นโปรเจคต์ที่กำลังทำกับเพื่อน(31ink)ค่ะ โดยที่31inkจะวาดเป็นโดจิน ส่วนเราจะเขียนเป็นฟิค โดยเนื้อเรื่องจะเริ่มจากส่วนโดจินก่อนนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มอ่านแล้วแอบรู้สึกว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก็ต้องติดตามอ่านตอนรวมเล่มนะคะ ^^ ขอกำลังใจจากทุกคนให้โปรเจคต์นี้สำเร็จลุล่วงด้วยค่า 

--------------------------------------------------------------------

 


ชายหนุ่มผมสองสีลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพแรกที่เห็นก็คือผนังสีขาวของห้องนอนเหมือนอย่างเคย ที่แตกต่างออกไปครั้งนี้คือเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก ไหลลงมาจนถึงคอ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีมันคงท่วมไปทั้งตัวเขานั่นแหละ แม้แต่ในอุ้งมือ


  ไฮเสะสะดุ้งตัวเฮือกเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสบางเบาบนต้นคอ เมื่อหันไปมองเขาก็เห็นชายหนุ่มผมขาวนั่งอยู่บนเตียง นัยน์ตาคู่คมหลังกรอบเลนส์นั้นยังคงอ่านยากเหมือนเคย เขารู้สึกเหมอืนอีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาห่วงใยวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปนิ่งสงบอย่างเคยเดิม แต่ไฮเสะไม่แน่ใจ บางทีเมื่อกี้เขาอาจจะแค่ตาฝาดไปก็ได้…


  “คุณอาริมะ…” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเหมือนคราง แล้วเจ้าตัวก็รู้สึกว่าลำคอของเขาแห้งผากจนรู้สึกแสบ “ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่”


  “บังเอิญแวะมาทำธุระแถวนี้ก็เลยแวะมาหานายด้วยเลย อูริเอะเป็นคนเปิดประตูให้ฉันเข้ามาน่ะ”


  ไฮเสะครางอ้อในลำคอเป็นเสียงตอบรับ ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไร อาริมะยื่นมือมาช่วยอีกฝ่ายพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง คนผมสองสีพูดขอบคุณในลำคอเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงมองผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ ทบทวนถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งประสบพบเจอมาอย่างครุ่นคิด


  “ไฮเสะ” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าคนข้างตัวเอาแต่นิ่งเงียบอย่างผิดปกติ “เป็นอะ…”


  ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะถามจบประโยคอีกฝ่ายก็โถมน้ำหนักตัวลงสวมกอดเขาอย่างรวดเร็วอย่างที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นเบิกขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางที่เหมือนกำลังสะอื้นอยู่ของอีกฝ่าย ก่อนชายหนุ่มจะเลื่อนมือไปลูบเส้มผมสองสีของคนในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา


  ไฮเสะเองก็ไม่เข้าใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังรู้สึกอะไร หรือควรจะรู้สึกยังไง ราวกับว่าทุกอย่างมันชวนสับสนไปหมด ทั้งเรื่องความฝันที่เขาฝันเห็นวนไปมาราวกับแผ่นหนังที่ถูกฉายซ้ำ เรื่องของเด็กผู้ชายผมทองคนนั้นก็ดี เรื่องของคนในอ้อมแขนที่‘ตัวเขาอีกคน’พูดก็ดี


  เขาอยากถาม บางทีก็นึกอยากถามทุกอย่างที่เขาสงสัยออกไปให้หมด อีกฝ่ายจะไม่ตอบก็ไม่เป็นไร จะโกหกก็ช่าง เขาก็แค่รู้สึกอึดอัดแล้วหาที่ระบายไม่ได้เท่านั้นเอง


  จริงๆแล้วเขาเป็นใครกันแน่


  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขามาอยู่ที่CCG


  แต่ทั้งๆที่คิดอย่างนั้นลำคอเขามันกลับตีบตันไปหมด บางที… บางทีเขาอาจจะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตอบความจริงออกมามากที่สุดก็ได้ เพราะแบบนั้นริมฝีปากคู่นี้ถึงได้หนึกอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกแบบนี้


  ถ้าเกิดเขาถามออกไปละก็ ถ้าเกิดเขารู้ความจริงจากปากคนข้างหน้านี้ละก็


  เขาคงหายไปตลาดกาล


  ไฮเสะเหยียดยิ้มหยันอย่างที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน เมื่อกี้ เขาพูดอะไรกับเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้นไปนะ ต่อให้คุณอาริมะจะฆ่าเขาอีกกี่ครั้ง… งั้นเหรอ เขายังไม่แน่ใจในสิ่งที่เขาพูดออกไปเลยด้วยซ้ำ


  ก็ใช่ไหมละ ใครละจะอยากโดนฆ่า โดยเฉพาะคนที่ตัวเอง‘รัก’ด้วยแล้ว แถมอีกฝ่ายยังบอกอีกว่ารัก…


  เพราะงั้น… เพราะงั้น...


  ‘แน่ใจเหลือเกินนะว่าอีกฝ่ายรักนายอย่างที่นายรักเขา’ ไฮเสะสะดุ้งเฮือกกลับเสียงที่ดังขึ้นราวกับโดนกระซิบที่ข้างหู เสียงของ… ตัวเอง


  ‘ที่เขาทำดีกับนายก็เพราะอยากให้นายทำตัวสงบเสงี่ยม ว่าง่าย อยู่ในโอวาทเขาก็เท่านั้นแหละ โครงเรื่องง่ายๆอย่างกับนิยายน้ำเน่าแบบนี้ นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?’


  ไม่….. ใช่…..


  “ไฮเสะ” อาริมะเอ่ยเรียกคนในอ้อมแขน ไม่ได้อ่อนโยน แต่จะเรียกว่าเย็นชาก็ไม่ได้


  คนผมขาวทำเหมือนจะคลายอ้อมกอดของอีกฝ่ายลง ทำให้ไฮเสะยิ่งรัดอีกฝ่ายแน่นขึ้น อาริมะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับปฎิกิริยานั้น ไหล่ของคนในอ้อมแขนเขาสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าในเวลานี้ไฮเสะกลัวแค่ไหน


  กลัว… ที่จะสูญเสียความรู้สึกดีๆ ความสัมพันธ์ที่มีมาระหว่างพวกเขาสองคน ความไว้ใจที่เขามอบให้อีกฝ่ายหมดหัวใจ คนผมสองสีรู้ดีว่าความรู้สึกพวกนี้มันกำลังสั่นคลอนราวกับจะทลายลงมาได้ทุกเมื่อ!


   เพราะงั้น… ช่วยทำให้เขาสงบลงทีเถอะ คุณอาริมะเคยทำได้ตลอดมาไม่ใช่เหรอ เพราะงั้น ครั้งนี้ก็ด้วย…


  แต่ว่า… มันคงเป็นไปได้ยากแล้วละ


  ไฮเสะคลี่ยิ้มเศร้าๆให้กับตัวเอง ก่อนจะขยับตัวไปตามแรงดึงของอีกฝ่ายที่เลื่อนริมฝีปากลงมาประกบกับริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบา จูบของคุณอาริมะยังให้ความรู้สึกอ่อนหวานชวนละลายเหมือนทุกครั้ง แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้เขากลับไม่รู้สึกใจเต้นเหมือนที่ผ่านมา


  เปลี่ยนไปตอนไหนนะ ความรู้สึกเขาคิดว่ามั่นคง เปลี่ยนไปตอนไหนกันนะ ตัวเขา เพราะตัวเขาอีกคนพูดจาชวนให้เขาระแวงคนในอ้อมแขนแบบนั้นรึเปล่า


  ตัวเขาอีกคนซึ่งก็คือตัวเขาเอง


  “คุณอาริมะ” ไฮเสะครางออกมาเบาๆเมื่ออีกฝ่ายเริ่มผลักเขาลงไปบนเตียงก่อนจะเลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออก


  ชายหนุ่มที่คร่อมอยู่บนตัวเขาคลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เขาอ่านไม่ออกเหมือนเคย และคิดว่าคงไม่มีทางอ่านออก อาริมะบรรจงทาบจูบลงบินริมฝีปากของคนด้านล่างอีกครั้ง และอีกครั้ง ไฮเสะไม่ได้ยินเสียงชวนหนวกหูที่ดังอยู่ข้างหูอีกแล้ว อาจเป็นเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาอีกนิดแล้วก็ได้






.

.

.

.

  คาเนกิเหม่อมองออกไปอย่างไม่จุดหมาย เส้นผมสีขาวสนิทปลิวเล็กน้อยทั้งๆที่ไม่มีลม เด็กหนุ่มยังคงนิ่งแม้จะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครอีกคนที่เดินเข้ามา เขารู้สึกว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ดี เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ แต่อีกใจหนึ่ง เขากลับรู้สึกเหมือนอะไรบางส่วนในตัวได้ตายจากไปแล้ว


  “เป็นอะไรเหรอ ดูนายเบื่อๆนะ” คนถูกทักเลื่อนสายตาไปมองผู้มาใหม่ เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเขาราวกับลอกกันมา ที่ต่างกันมีเพียงเส้นผมสีดำสนิทและผ้าปิดตาที่คาดอยู่บนหน้าเท่านั้นเท่านั้น


  “ผมก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” เขาตอบสั้นที่สุด


  “งั้นเหรอ งั้นก็แปลว่าที่ผ่านมานี่นายเบื่อตลอดเวลาเลยสิ?” คาเนกิผู้มีเส้นผมดำสนิททั้งหัวเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆกับอีกฝ่าย


  “ไม่ใช่แบบนั้น” คนถูกกล่าวหาแก้ตัวอย่างขอไปที ไม่ได้จริงจังอะไรมาก เรียกรอยยิ้มของเด็กหนุ่มผมดำให้กว้างขึ้น

  คนทั้งสองนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเด็กหนุ่มผมดำที่ดูท่าทางเรียบร้อยกว่าจะพูดขึ้น


  “ทำแบบนั้นลงไป มันจะดีแล้วจริงๆเหรอ?”


  “อืม ดีสิ” คนถูกถามตอบอย่างรวดเร็วจนดูผิดสังเกต “ดีกับฉันนะ แต่คงไม่ดีกับนาย”


  เด็กหนุ่มผมดำเลิกคิ้วกับคำพูดตรงไปตรงมานั้น “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นละ”


  “ผู้ชายคนนั้น… อาริมะน่ะ เขาพยายามทำให้นายเป็นมนุษย์… หรืออย่างน้อย เขาก็พยายามทำให้นายรู้สึกอย่างนั้น”


  “แต่ตอนนี้ไฮเสะเริ่มลังเลสับสนแล้ว” คนผมดำพูดต่อไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ “เพราะนาย… เพราะเรื่องที่ฝั่งCCGพยายามปิด เพราะเขาเริ่มได้เจอกับทุกคน” เขาหมายถึงกูลที่‘เคย’เป็นพรรคพวกของตัวเองมาก่อน


  “ใช่” คนผมขาวพยักหน้าแล้ว “เขาจะไม่ไว้ใจอาริมะและพวกCCGอีก”


  “แต่เหมือนเขายังรักคุณอาริมะอยู่นะ ถึงจะเริ่มไม่ไว้ใจขึ้นมาแล้วก็เถอะ” เด็กหนุ่มที่เรียบร้อยกว่าพูดต่อ


  “ฉันเกลียดหมอนั่น” คาเนกิผมขาวพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่แววตาบ่งบอกถึงความเกลียดชังอย่างชัดเจน “และฉันจะทำให้ไฮเสะเกลียดหมอนั่นด้วย”


  เด็กหนุ่มผมดำนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาราวกับกระซิบ “แน่ใจเหรอ”


  แน่ใจเหรอ… ว่านายเกลียดเขา


  เด็กหนุ่มผมดำไม่พูดอะไรต่อ เขาเพียงเอื้อมมือไปยีเส้นผมสีขาวสนิทของอีกฝ่ายแล้วก็อยู่เงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อ


  แล้วคาเนกิก็พอใจที่มันเป็นเช่นนั้น

   


Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค่ะที่แต่งให้อ่าน ยิ่งเราชอบคู่อาริมะxไฮเสะ อ่านแล้วชอบมาก ชูป้ายอวย!

#1 By monnie on 2015-08-30 21:37